วิธีจัดสัดส่วนเงิน

จัดสัดส่วนเงิน

จัดสัดส่วนเงิน หรือบางคนก็อาจจะเรียกว่าการจัดการเงิน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เงินเราไม่หมดไปกับอะไรที่ไม่จำเป็น และช่วยออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ส่วนวิธีจัดส่วนเงินน่ะหรอ ด้านล่างเลยครับ

วิธีที่แนะนำสำหรับการจัดสัดส่วนเงิน

  1. วิธี 50/30/20

การจัดสัดส่วน

  • 50% สำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็น (ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่าบ้าน, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าผ่อนรถ)
  • 30% สำหรับการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น (การซื้อของ, ท่องเที่ยว, อาหารนอกบ้าน)
  • 20% สำหรับการออมและการลงทุน (ออมเงินในบัญชีออมทรัพย์, ลงทุนในหุ้น, กองทุน, ประกันชีวิต)

ข้อดี

  • เป็นวิธีที่ง่ายและเข้าใจได้ง่าย
  • ช่วยให้คุณสามารถแบ่งเงินออกเป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจนและไม่ยุ่งยาก
  • ส่งเสริมให้คุณสามารถออมและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
  1. วิธี 60/20/20

การจัดสัดส่วน

  • 60% สำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็น (ค่าใช้จ่ายประจำ)
  • 20% สำหรับการออมและการลงทุน
  • 20% สำหรับการชำระหนี้ (หากมีหนี้สิน)

ข้อดี

  • ลดการก่อหนี้เนื่องจากมีการกำหนดให้ชำระหนี้โดยตรง
  • ช่วยให้คุณสามารถจัดการหนี้สินได้เร็วขึ้น
  • ส่งเสริมการออมในระยะยาว
  1. วิธี 70/10/10/10

การจัดสัดส่วน

  • 70% สำหรับการใช้จ่ายประจำวันและสิ่งที่จำเป็น
  • 10% สำหรับการออมในบัญชีออมทรัพย์
  • 10% สำหรับการลงทุน
  • 10% สำหรับการบริจาค หรือทำการกุศล

ข้อดี

  • ช่วยสร้างนิสัยการแบ่งเงินเพื่อการบริจาคหรือทำการกุศล
  • ส่งเสริมให้คุณมีการออมและการลงทุนในระยะยาว
  • มีการแบ่งเงินให้กับการใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่รู้สึกจำกัดมากเกินไป
  1. วิธี Pay Yourself First (จ่ายให้ตัวเองก่อน)

การจัดสัดส่วน

  • ก่อนที่คุณจะใช้จ่ายอะไรกับค่าใช้จ่ายหรือหนี้สิน, คุณต้องจ่ายเงินที่ต้องการออม/ลงทุนก่อน (เช่น การโอนเงินออมเข้าไปในบัญชีออมทรัพย์ หรือกองทุนหุ้น)
  • เมื่อจ่ายให้ตัวเองเสร็จแล้ว, จึงใช้จ่ายตามความจำเป็นหรือหนี้สิน

ข้อดี

  • ช่วยให้การออมเป็นลำดับความสำคัญที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
  • ลดความเสี่ยงในการใช้เงินโดยไม่คิดถึงอนาคต
  • สร้างวินัยในการออม
  1. วิธี Zero-Based Budgeting (การตั้งงบประมาณเป็นศูนย์)

การจัดสัดส่วน

  • ทุกๆ เดือน คุณตั้งงบประมาณใหม่ให้ทุกบาทที่คุณมี (ทุกบาทต้องมีการตั้งจุดประสงค์การใช้จ่าย เช่น จ่ายสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ, ออม, ชำระหนี้)
  • คุณจะต้องทำให้เงินทั้งหมดมีการกระจายตามประเภทที่ต้องการจนกว่าจะครบจำนวนเงินทั้งหมด

ข้อดี

  • ทำให้คุณสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมีระเบียบ
  • ทุกบาทที่ได้รับมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
  • ช่วยลดการใช้จ่ายเกินความจำเป็น
  1. วิธี 80/20 Rule (กฎ 80/20)

การจัดสัดส่วน

  • 80% สำหรับการใช้จ่ายและการลงทุน
  • 20% สำหรับการออมและสำรองในกรณีฉุกเฉิน

ข้อดี

  • ง่ายต่อการปฏิบัติ และเหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่ต้องการความซับซ้อน
  • ช่วยให้มีเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน
  • ส่งเสริมให้มีการออมในระดับที่พอเหมาะ
จัดสัดส่วนเงิน

กรณีจัดสัดส่วนแล้วรายจ่ายจำเป็นเยอะเกินไป

ถ้าค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งจำเป็นเยอะเกินไป มากเกิน 80% แนะนำว่าต้องหาเงินเพิ่มครับ เพราะไม่งั้นชีวิตไม่มีทางพัฒนาไปได้ไกลกว่าเดิมแน่นอน ส่วนวิธีการหาเงินเพิ่มนั้นเลือกเอาตามที่ถนัดได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการ

  • ทำงานพาร์ทไทม์
  • เล่นหวยไว
  • ลงทุนในคริปโต
  • รับจ้างอื่นๆ

แล้วเอาเงินส่วนที่เหลือมาเพิ่มในการเก็บออมหรือลงทุนครับ แบบนี้จะช่วยให้มีเงินเพิ่มขึ้นได้ในแต่ละเดือน จากนั้นพอถึงจุดๆหนึ่งการทำงานจะไม่เหนื่อยอีกต่อไป และมีเงินเสริมจากช่องทางที่เราเลือกอีกด้วยครับ

สรุป

การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเงินของแต่ละคนครับ สามารถปรับสัดส่วนได้ตามเป้าหมายของตัวเอง แต่ถ้ารายจ่ายที่จำเป็นเยอะเกินไปจนไม่มีเก็บเหลือตามเป้าหมาย ก็จำเป็นต้องหาเงินเพิ่มเข้ามาครับ